ความแตกต่างระหว่าง SEO แบบดั้งเดิม กับ GEO: สิ่งที่นักการตลาดต้องเปลี่ยน

ความแตกต่างระหว่าง SEO แบบดั้งเดิม กับ GEO: สิ่งที่นักการตลาดต้องเปลี่ยน

ในยุคที่การตลาดออนไลน์ส่งผลต่อประสิทธิภาพของธุรกิจในทุกมิติ นักการตลาดต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในความสามารถของการเข้าถึงลูกค้า ทุกวันนี้ เทคนิค SEO (Search Engine Optimization) แบบดั้งเดิมอาจไม่เพียงพอในการแข่งขันในตลาด ดังนั้น GEO (Geographic SEO) จึงกลายเป็นทางเลือกที่สำคัญ แต่ความแตกต่างระหว่างทั้งสองแบบนี้คืออะไร? บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่างนี้และวิธีการที่จะเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดของคุณให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น

การกำหนด SEO และ GEO

SEO (Search Engine Optimization) คือกระบวนการปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อให้ติดอันดับสูงขึ้นในผลการค้นหาของ Google และเครื่องมือค้นหาอื่น ๆ เพื่อดึงดูดผู้เข้าชมมากขึ้น ในทางกลับกัน GEO (Geographic SEO) คือการดำเนินการ SEO ที่เน้นไปที่พื้นที่ภูมิศาสตร์เฉพาะ เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพเว็บเพจเพื่อดึงดูดผู้ใช้ในพื้นที่เมืองหรือจังหวัดนั้น ๆ

SEO แบบดั้งเดิม

  • ใช้คำค้นหาที่กว้างเพื่อดึงดูดผู้ใช้งาน
  • ไม่เน้นที่ตำแหน่งที่ตั้งของผู้ใช้
  • มักใช้กลยุทธ์ที่ทั่วถึง ไม่เฉพาะกลุ่ม

GEO

  • ใช้คำค้นหาที่เฉพาะเจาะจงกับพื้นที่ เช่น “ร้านอาหารในกรุงเทพฯ”
  • เน้นที่ตำแหน่งที่ตั้งเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า
  • ใช้กลยุทธ์ที่เฉพาะตรงตามตลาดในพื้นที่นั้น ๆ

ทำไม GEO ถึงสำคัญ?

การส่งเสริมการตลาดที่มีการกำหนดเป้าหมายทางภูมิศาสตร์จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ที่ต้องการได้มากขึ้น ส่งผลให้:

  • มีการแปลงลูกค้าใหม่ได้ดียิ่งขึ้น
  • ลดต้นทุนการโฆษณา
  • สามารถสร้างเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจและปัญหาของกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ได้

วิธีการทำ GEO: คู่มือทีละขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1: กำหนดกลุ่มเป้าหมาย

การกำหนดกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งให้ชัดเจนมีความสำคัญมากสำหรับ GEO

ขั้นตอนที่ 2: ปรับปรุงเนื้อหา

สร้างเนื้อหาที่เข้ากับกลุ่มเป้าหมายและระบุสถานที่เกี่ยวข้อง เช่น การใช้ชื่อถนนหรือชุมชน

ขั้นตอนที่ 3: ใช้เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

ใช้ Google My Business จะช่วยเพิ่มการมองเห็นแบบภูมิศาสตร์ นอกจากนี้ให้ใช้แผนที่ในการบ่งชี้ถึงตำแหน่งของคุณ

ข้อผิดพลาดทั่วไปและวิธีหลีกเลี่ยง

  • ไม่ใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง: ควรให้ข้อมูลที่ถูกต้องและอัพเดตอยู่เสมอ
  • ละเลยการวิเคราะห์ตลาด: การเข้าใจตลาดในพื้นที่เป็นสิ่งที่สำคัญ
  • ไม่ทำการตรวจสอบและปรับปรุงกลยุทธ์: ทุกๆ สี่เดือนควรมีการปรับกลยุทธ์ตามวิวัฒนาการของตลาด

กรณีศึกษาจริง

บริษัท A เริ่มทำ GEO ตามคำแนะนำที่ให้ไว้ ขยายโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ใหม่ ส่งผลให้มีการเติบโตขึ้น 30% ภายในระยะเวลา 6 เดือน

เคล็ดลับระดับสูงและแนวโน้ม

การใช้ข้อมูลจากสื่อสังคมและการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้ในพื้นที่สามารถช่วยเพิ่มผลลัพธ์ได้

คำถามที่พบบ่อย

1. GEO คืออะไร?

GEO หมายถึงการทำ SEO ที่เน้นทางภูมิศาสตร์ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่เฉพาะ

2. SEO แบบดั้งเดิมยังคงจำเป็นอยู่หรือไม่?

SEO แบบดั้งเดิมยังมีความสำคัญ แต่ GEO เป็นกลยุทธ์ที่ทำให้เข้าถึงได้มากขึ้นในตลาดเฉพาะ

สรุป

SEO และ GEO เป็นสองกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน แต่ต้องใช้ร่วมกันเพื่อเสริมสร้างผลลัพธ์การตลาดในปัจจุบัน นักการตลาดต้องปรับตัวและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับ GEO เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงสูง

ติดต่อเราวันนี้เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำ GEO ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ!

Scroll to Top