วิธีการทำ Competitor Monitoring แจ้งเตือนเมื่อคู่แข่งขยับอันดับ
สวัสดีเหล่าจอมยุทธ์ SEO ทุกท่าน! มาครับ เดี๋ยวเทพเสียวจะเหลาให้ฟังถึงความสำคัญของการทำ Competitor Monitoring หรือการติดตามคู่แข่งในโลกของ SEO ว่าทำไมถึงต้องรู้ว่าใครขยับอันดับขึ้นและลงอย่างไร! คุณเคยคิดไหมว่าการที่เราจะประสบความสำเร็จในวงการนี้ได้ มันก็เหมือนกับการเปิดร้านอาหาร ถ้าไม่รู้ว่าเพื่อนบ้านขายอะไร ทำไมเราถึงจะรู้ว่าต้องปรับปรุงเมนูยังไงหรือทำโปรโมชั่นให้ดีกว่าเขา?
ทำไมต้องทำ Competitor Monitoring?
ก่อนที่จะไปถึงวิธีการทำ มาดูกันก่อนว่าทำไมการติดตามคู่แข่งถึงสำคัญขนาดนี้:
- รู้จุดอ่อนของคู่แข่ง: ถ้าคุณรู้ว่าคู่แข่งทำอะไรผิดพลาด หรือมีอะไรที่เขาไม่สามารถทำได้ คุณก็สามารถใช้จุดนี้สร้างกลยุทธ์ใหม่ๆ ได้
- เรียนรู้จากผู้ที่ประสบความสำเร็จ: การดูว่าคู่แข่งที่ประสบความสำเร็จมีการทำ SEO อย่างไร จะช่วยให้คุณสามารถนำมาปรับใช้กับแผนของคุณ
- การเตรียมตัวก่อนการเปลี่ยนแปลง: หากคุณรู้ว่าคู่แข่งเริ่มทำอะไรใหม่ๆ เช่น การใช้คีย์เวิร์ดใหม่ๆ หรือการปรับหน้าเว็บ คุณก็สามารถเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่ตลาดจะเปลี่ยนแปลง
เครื่องมือที่ใช้ในการติดตามคู่แข่ง
ตอนนี้เรามาดูเครื่องมือที่ใช้ในการติดตามคู่แข่งกันบ้าง เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงในอันดับของคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ:
- SEMrush: เครื่องมือนี้ยอดนิยมมากสำหรับการวิเคราะห์คู่แข่ง คุณสามารถดูว่าเขามีคีย์เวิร์ดใดบ้างที่ทำให้เขาได้อันดับดี และยังสามารถดูการเปลี่ยนแปลงในอันดับของเขาได้ด้วย
- Ahrefs: อีกหนึ่งเครื่องมือที่ดีสำหรับการติดตามการเปลี่ยนแปลงในอันดับของคู่แข่ง โดยสามารถดู Backlink ของคู่แข่งและคีย์เวิร์ดที่เขาใช้ได้
- Google Alerts: ถ้าคุณไม่ต้องการใช้เครื่องมือที่ซับซ้อนมากนัก Google Alerts ก็เป็นตัวเลือกที่ดี สามารถตั้งค่าให้แจ้งเตือนเมื่อมีการพูดถึงคีย์เวิร์ดหรือชื่อคู่แข่งของคุณ
วิธีการตั้งค่าการแจ้งเตือนเมื่อคู่แข่งขยับอันดับ
มาที่ส่วนที่สำคัญแล้ว! เราจะมาเรียนรู้วิธีการตั้งค่าการแจ้งเตือนให้คุณไม่พลาดการขยับอันดับของคู่แข่ง:
1. ใช้ SEMrush สำหรับการติดตามอันดับ
เริ่มต้นด้วยการสร้างบัญชีใน SEMrush และเข้าสู่ระบบ:
- ค้นหาคู่แข่งที่คุณต้องการติดตามในช่องค้นหา
- เลือกเมนู Position Tracking และตั้งค่าโปรเจ็กต์ใหม่
- เพิ่มคีย์เวิร์ดที่คุณต้องการติดตาม
- ตั้งค่าให้ส่งอีเมลแจ้งเตือนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในอันดับ
2. ใช้ Ahrefs สำหรับการติดตาม Backlink
ใน Ahrefs คุณสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงใน Backlink ของคู่แข่ง:
- สร้างโปรเจ็กต์ใหม่สำหรับคู่แข่ง
- ใช้ฟีเจอร์ Alerts เพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงใน Backlink ของคู่แข่ง
3. ตั้งค่า Google Alerts
Google Alerts เป็นวิธีที่ง่ายและฟรี:
- ไปที่เว็บไซต์ Google Alerts
- ป้อนชื่อคู่แข่งหรือคีย์เวิร์ดที่คุณต้องการติดตาม
- ตั้งค่าความถี่ในการแจ้งเตือน
การวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการติดตาม
หลังจากที่คุณตั้งค่าการแจ้งเตือนเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมที่จะวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มา:
- ดูว่าคู่แข่งใช้คีย์เวิร์ดไหน: หากเขามีคีย์เวิร์ดใหม่ๆ ที่ทำให้เขาขยับอันดับ คุณอาจต้องปรับกลยุทธ์ของคุณให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงนี้
- ตรวจสอบ Backlink: ดูว่าคู่แข่งได้ Backlink จากไหน และพยายามหาวิธีที่คุณจะได้ Backlink จากแหล่งเดียวกัน
- วิเคราะห์เนื้อหา: วิเคราะห์ว่าเนื้อหาที่คู่แข่งสร้างมีคุณภาพและครอบคลุมแค่ไหน และพยายามสร้างเนื้อหาที่ดีกว่า
คำเตือนก่อนดำเนินการ
สุดท้ายนี้ อยากจะเตือนเพื่อนๆ ทุกคนว่า การทำ SEO ต้องใช้ความอดทนและไม่ควรใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้อง (Black Hat) เช่น การซื้อ Backlink หรือการทำ Spam เนื้อหา ซึ่งอาจทำให้คุณโดนลงโทษจาก Google และทำให้เว็บของคุณสูญเสียอันดับได้
บทสรุป
การทำ Competitor Monitoring เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากในการปรับตัวและเป็นผู้นำในตลาด SEO อย่าลืมติดตามการขยับอันดับของคู่แข่ง และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อพัฒนากลยุทธ์ของคุณให้ดีขึ้นนะครับ! จำไว้ว่าการแข่งขันในวงการนี้มันเหมือนการเล่นหมากรุก ถ้าคุณไม่รู้ว่าคู่แข่งทำอะไร คุณก็จะถูกเช็คเมตต์ได้ง่ายๆ!
“การทำ SEO ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องใช้ความตั้งใจและความขยัน เพียงแค่คุณมีเครื่องมือที่ถูกต้องและรู้วิธีใช้!”
