วิธีตรวจสอบและแก้ไข Schema Errors ผ่าน Google Search Console
ในยุคที่การทำ SEO เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำธุรกิจออนไลน์ การรู้จักและเข้าใจใน Schema Markup นั้นถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อมีข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นใน Schema ที่อาจส่งผลต่อการแสดงผลในหน้าค้นหาของ Google คุณอาจสงสัยว่าคุณจะตรวจสอบและแก้ไข Schema Errors ผ่าน Google Search Console ได้อย่างไร ในบทความนี้ เราจะพูดถึงขั้นตอนต่างๆ ที่คุณจำเป็นต้องรู้เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณสามารถแสดงผลได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากที่สุด
Schema Markup คืออะไร?
Schema Markup คือรหัสในรูปแบบของ JSON-LD, Microdata หรือ RDFa ที่ช่วยให้เครื่องมือค้นหาอย่าง Google สามารถเข้าใจข้อมูลในเว็บไซต์ของคุณได้ดีขึ้น โดยช่วยให้งานค้นหามีความแม่นยำและสามารถแสดงผลข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ เช่น คะแนนรีวิว, รายละเอียดผลิตภัณฑ์ หรือแม้กระทั่งรายละเอียดเหตุการณ์ต่างๆ
ทำไมการตรวจสอบ Schema Errors จึงสำคัญ?
- การปรับปรุงการมองเห็นในกลุ่มค้นหา: การใช้ Schema ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีโอกาสปรากฏในรูปแบบที่ดีกว่าใน SERP (Search Engine Results Page)
- การเพิ่มอัตราคลิก: รายละเอียดที่ถูกต้องช่วยเพิ่มอัตราคลิกเข้าสู่เว็บไซต์ได้มากขึ้น
- ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้: เครื่องมือค้นหาจะสามารถแสดงข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ได้
วิธีตรวจสอบ Schema Errors ผ่าน Google Search Console
ขั้นตอนที่ 1: เข้าสู่ระบบ Google Search Console
เริ่มต้นด้วยการเข้าสู่ระบบ Google Search Console โดยใช้บัญชีที่คุณลงทะเบียนไว้สำหรับเว็บไซต์ของคุณ
ขั้นตอนที่ 2: เลือก Properties
เลือกเว็บไซต์ที่คุณต้องการตรวจสอบจากรายชื่อ Property ที่มีอยู่ในคอนโซล
ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบผลลัพธ์การค้นหา
- ไปยังเมนู “Enhancements” ที่ด้านซ้าย
- คลิกที่ “Schema” เพื่อดูสถานะและข้อผิดพลาดของ Schema
ขั้นตอนที่ 4: วิเคราะห์ข้อมูล
เมื่อคุณเห็นรายการข้อผิดพลาด ชนิดของข้อผิดพลาดนั้นๆ จะถูกระบุอย่างชัดเจน
ขั้นตอนที่ 5: แก้ไข Schema Errors
- เข้าใจข้อผิดพลาด: ตรวจสอบว่าข้อผิดพลาดคืออะไร เช่น ข้อมูลที่มีคำผิด หรือไม่ครบถ้วน
- แก้ไข Schema Markup: แก้ไขรหัส Schema บนเว็บไซต์ของคุณตามคำแนะนำในหน้า Google Search Console
- ทดสอบการแก้ไข: ใช้เครื่องมือทดสอบข้อมูลโครงสร้างที่ Google มีให้ เพื่อดูว่าคุณได้แก้ไขข้อผิดพลาดแล้วหรือไม่
- ส่งการตรวจสอบใหม่: เมื่อแน่ใจว่าข้อผิดพลาดหมดแล้ว ให้ส่งการตรวจสอบใน Google Search Console
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีหลีกเลี่ยง
- ข้อมูลไม่ครบถ้วน: ตรวจสอบว่าคุณได้นำเสนอข้อมูลที่ต้องการทั้งหมด
- การใช้ Schema ที่ไม่ถูกต้อง: ใช้ประเภท Schema ที่เหมาะสมสำหรับเนื้อหาของคุณ
- การจัดการข้อมูลซ้ำซ้อน: หลีกเลี่ยงการสร้างข้อมูล Schema ที่ซ้ำซ้อนในหน้าเดียวกัน
ตัวอย่างกรณีศึกษา
หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจคือเว็บไซต์ที่ขายสินค้าออนไลน์แห่งหนึ่ง พบข้อผิดพลาดใน Schema ที่ทำให้ไม่สามารถแสดงผลข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้อง หลังจากการวิเคราะห์และแก้ไขปรับเปลี่ยน Schema Markup เว็บไซต์นั้นสามารถแสดงผลในรูปแบบ Rich Snippet ได้ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 30% จากยอดการค้นหาที่เพิ่มขึ้น
เคล็ดลับขั้นสูงและแนวโน้ม
การทำ Schema Markup ให้ถูกต้องควรคำนึงถึงแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ซึ่งมีเทรนด์ที่ต้องตามให้ทัน เช่น การเพิ่มสนับสนุน JSON-LD ให้มากขึ้น และการปรับแต่ง Schema ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของอัลกอริธึมการค้นหา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. Schema Markup สำคัญมากแค่ไหนสำหรับ SEO?
Schema Markup ถือเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากในการทำ SEO เพราะช่วยเพิ่มอัตราคลิกเข้าหน้าเว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. จะรู้ได้อย่างไรว่า Schema ของเรามีข้อผิดพลาด?
ใช้ Google Search Console เพื่อตรวจสอบสถานะของ Schema และข้อมูลโครงสร้างของคุณ
3. เราต้องแก้ไข Schema Errors ทันทีหรือไม่?
แม้ว่า Schema Errors จะไม่ส่งผลทันทีต่อการจัดอันดับ แต่ควรแก้ไขเพื่อให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ของคุณทำงานอย่างถูกต้องและมีข้อมูลที่ครบถ้วน
4. การทำ Rich Snippets เป็นเรื่องยากไหม?
หากมีการเตรียม Schema Markup ที่ถูกต้องและสอดคล้องตามแนวทางของ Google การทำ Rich Snippets จะไม่ใช่เรื่องยาก
5. ข้อผิดพลาดบางประเภทที่พบบ่อยใน Schema มีอะไรบ้าง?
ข้อผิดพลาดทั่วไป รวมถึงการใช้ประเภท Schema ที่ไม่ถูกต้อง ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน หรือข้อมูลที่ซ้ำซ้อนกัน
สรุป
การตรวจสอบและแก้ไข Schema Errors ผ่าน Google Search Console เป็นกระบวนการที่สำคัญและมีผลกระทบต่อการติดอันดับในหน้าแรกของ Google หากคุณปฏิบัติตามขั้นตอนที่ได้อธิบายไว้ในบทความนี้ คุณจะสามารถปรับปรุงการมองเห็นองค์ประกอบในเว็บไซต์ของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การเพิ่มยอดขายหรือเพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์อย่างมากมาย
อย่าลืมติดตามเว็บไซต์ของคุณอย่างสม่ำเสมอ และทำการปรับเปลี่ยนตามคำแนะนำใหม่ๆ เพื่อให้ website ของคุณเป็นที่ต้องการของผู้ใช้เสมอ
